และแล้วมันก็มา........มันมาแล้ว โรคระบาด Tag สุดนิยม เป็นเหตุผลให้ต้องกลับมา"กู้"เรือดำน้ำ เอ้ย บล๊อกนี้ขึ้นมาอีกหลังหลังจากปล่อยร้างมาร่วม 3 ไม่สิ 4 เดือน = =''
โรคระบาดนี้ติดมาจาก....จินนี่ หลอกให้เข้าไปอ่านแล้วจับติดเชื้อซะ แล้วช้านจะเอาอะไรมาเปิดโปงล่ะเนี่ย ในเมื่อโปงชั้นเปิดไปหมดแล้ว!!!
เอาก็เอา ลองดูซักตั้ง......
ความลับข้อที่ 1
ท่านั่งประจำตัว!! เป็นคนชอบนั่งชันเข่ามาก อาการจะคล้ายๆ L คือนั่งทุกที่(ที่ไม่มีคนเห็น) แม้แต่ตอนนั่งพิมพ์อยู่ก็นั่งบนเก้าอี้แบบชันเข่า!! ระวังเท้อ สักวันมันจะร่วงจากเก้าอี้มาหัวฟาดพื้นสติแหลกเหลว (ปัจจุบันยังไม่แหลกเหลวอีกเรอะ!!)
ส่วนสาเหตุอาจจะเพราะเป็นคนติดดินก็ได้มั้ง ก็ที่บ้านนอกจากเก้าอี้คอมแล้วนั่งพื้นกันหมด จนเวลากินข้าวแม่ก็บ่นเอาๆ กลัวจะขายไม่ออก (ผมยังเป็นผู้ชายนะแม่ แล้วนี่เขาเรียกท่านั่งแบบพื้นบ้าน = ='')
เป็นความลับที่ไม่ค่อยจะลับเท่าไหร่เพราะมันแค่นิสัยติดตัวเนาะ เพราะงั้น....
ความลับข้อที่ 2
เป็นผู้นิยมการทำ"มิวสิค"แบบสุดขั้ว ขออธิบายสักนิด ไอ้คำว่า"มิวสิค"นี่ไม่ใช่ MV ที่พระเอกไปร้องเพลงกลางสายฝนหรอกนะ ไข้จะกินตายก่อนเพลงจบแหง
"มิวสิค" ที่กล่าวถึงนี่หมายถึง.....การไปนอนจินตนาการให้น้ำตาไหลพรากๆ ตะหาก ไม่รู้ไปไร ร้องไห้ก่อนนอนแล้วรู้สึกโล่งดีพิลึก ฟังดูปกติ แต่ที่ผิดปกติก็เพราะส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง.....ตอนตัวเองตายแบบผิดปกติ....เช่นโดนหักหลัง เพื่อนทรยศพาลให้โดนจับทรมานถลกหนัง ควักเครื่องในอะไรปานนั้น นับว่าเป็นพวกซาดิสต์แท้ๆ เลยตู = =''
ความลับข้อที่ 3
คนส่งไวรัส Tag มาลงเรื่องรักครั้งแรก.....งั้นเราก็มามั่งดีกว่า แต่ว่าเป็น"รักครั้งที่สอง!!" เพราะอะไรน่ะเรอะ เพราะครั้งแรกมันแห้วแบบไม่มีทางลุ้นเลยไงล่ะ =A=
เพราะงั้นก็มาเรื่องความรักครั้งที่ 2 กัน ตอนนั้นมันยังเป็น....ป๊อปปี้เลิฟ เหตุเกิดตอนเรียนมัธยม ตอนนั้นมีห้องเรียนแค่ 2 ห้องเอ้ง ก็ดันไปแอบชอบสาวร่วมห้อง ดีกรีไม่ใช่น้อยๆ อันดับสามนางนพมาศเชียวนะ!! (โถ ไอ้หมาวัดเห่าดอกฟ้าบนเครื่องบิน)
แต่ก็ตามประสาคนงามย่อมมาพร้อมกับข่าวฉาว นี่ก็มีเรื่องว่าแอบชอบผู้ชายคนนึงที่เพื่อนอีกคนชอบเหมือนกัน ก็ไม่ใช่ใครอื่นหัวหน้าสุดหล่อผู้ไว้ผมทรงบางระจันนี่แหละที่เป็นผู้กำหัวใจสองสาวไว้
แล้ววันหนึ่งสองสาวก็เกิดทะเลาะกันจนถึงขั้นแยกไปแอบร้องไห้กันเลย แล้วตูล่ะ....ก็บทพระเอกสิ ไปปลอบเลย (กับเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่ง ตูไม่เน่าขนาดไปปลอบคนเดียวร้อก) ปลอบไปปลอบมา เพื่อนก็ไล่ออกมา บอกว่า "แกน่ะตาแดงแล้ว จะร้องก่อนคนทะเลาะกันอีกมั้ง" นี่ตูเซนซิทีฟขนาดนั้นเลยเรอะ!!
แต่เรื่องราวก็จบลงได้เพราะสาวรักครั้งที่สองร้องไห้จนหอบกำเริบ คู่กรณีก็เลยรีบมาปลอบและเข้าใจกันได้ในที่สุด จะว่าไปตอนที่คุณเธอไปผ่าใส้ติ่งนี่ตูก็รีบไปโรงพยาบาลอย่างไวเลยนะ!! เป็นห่วงแค่ไหนคิดเอา เพราะหนูเป็นเด็กไม่เที่ยว~~
แล้วตอนไปเข้าค่ายลูกเสือที่สัตหีบนะ ครูฝึกเขาปล่อยให้เล่นน้ำกันได้หลังจากเดินทางไกล(อ้อมเขา) แถมเล่นหมู่ด้วย!! งานนี้ก็ไปเลยสิครับ ป้วนเปี้ยนกะเพื่อนแถวๆ สาวที่หมายปองน่ะแหละ แต่ด้วยที่ว่ายน้ำไม่เป็นเลยกลายเป็นดำน้ำแทน ผู้สาวก็เลยมองไม่เห็นถอยมาล้มทับ ทำเอาแทบจมน้ำตาย แต่ก็ชื่นใจพิกล
แต่ไอ้ที่ดีใจสุดๆ เลยก็ตอนที่ซื้อน้ำแข็งเกล็ดมากินนั่นแหละ (ใครเกิดทันจะรู้ว่าสมัยก่อนในโรงเรียนเล็กๆ จะหาโค้ก แฟนต้ากินน่ะ ไม่มีทาง น้ำแข็งเกล็ดแก้วละ 5 บาทนี่แหละชื่นใจสุดแล้ว!!) เดินผ่าสนามบาสหาที่นั่งกิน เธอก็เดินมาหาแล้วก็ขอกิน แน่ล่ะหมอนี่ตอบรับทันที แล้วเธอก็หันไปบอกกับเพื่อน "นี่ไงแฟนเรา" โอ้ จอร์จ!! ถึงจะล้อเล่นแต่หัวใจมันแทบพุ่งออกมาจากทรวงอก ซึ้งสุดๆ จนแทบจะเอาหลอดน้ำใส่กรอบ (เวอร์ไปมั้ย?) แต่พอจบมัธยมมา เรื่องราวแห่งความรักก็จบไปพร้อมกัน ความลับที่ 3 ก็เลยเอวังไปด้วยประการฉะนี้
ความลับข้อที่ 4
ประสบการณ์.....เฉียดตาย!! แถ่ม แทม แทม แท้ม~~ Just One Day Picture ภูมิใจเสนอ....(ไอ้ชื่อนั่นมาจากไหนก็ช่างมันเท้อ)
ประสบการณ์เฉียดตายครั้งที่ 1
หึหึหึ เรื่องราวมันเริ่มขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งปริศนาฆาตกรรมยังคงเก็บเงีย.....ไม่ใช่นิยาวสยองขวัญนะเฟ้ย!! มันเกิดขึ้นตอนที่คนพิมพ์ยังอยู่ประถมต้นๆ น่ะแหละนะ ก็ตามประสาเด็กๆ ทั้งหลาย เชื่อว่าทุกคนคงเคยปีนต้นไม้น่ะแหละ แต่เผอิญไอ้เด็กนี่มันซ่าเกินไปหน่อย
ตามสนามเด็กเล่นทั่วไปมันก็จะมีต้นไม้อยู่ ไอ้หมอนี่ก็ปีนเลย สวมวิญญาณหนุมานปีนมันทุกวันจนเกือบถึงยอด ก็สูงราวๆ ตึก 3-4 ชั้นล่ะนะ
แล้ววันหนึ่งก็มาถึง เมื่อความซวยมาเคาะหน้าประตู กิ่งไม้ใต้เท้าเกิดหักจากสภาพเกือบถึงยอด ทีนี้ก็ร่วงสิครับท่าน ถ้าปกติก็คงจะขาหัก แขนหัก หรือตายไปแล้ว แต่นี่ดีที่วิญญาณหนุมานยังชาญสมร สองมือคว้าได้ที่กิ่ง"สุดท้าย" พอดี สองเท้างี้ห้อยต่องแต่งห่างจากพื้นนิดเดียว เรียกว่ารอดตายได้หวุดหวิด
ต่อไปก็.....ประสบการณ์เฉียดตายเรื่องที่ 2....หึหึหึ
อันนี้ทิ้งระยะจากเรื่องแรกนานมาก เพราะเกิดตอนจบปวช.แน่ะ ก็พอดีไปเที่ยวกับเพื่อนที่หัวหิน เล่นน้ำกันสนุกสนานมาก ด้วยความที่ว่าว่ายน้ำไม่เป็น จะตีโป่งก็ใช่ที่ ก็เลยคว้าลูกบอลมาลอยตุ๊บป่องๆ อยู่กับเพื่อนเหมือนหมาเน่า
จนกระทั่งเพื่อนคนนึงก็ร้องขึ้นมา "เฮ้ย ตรงนี้น้ำลึกเว้ย!!" ได้ไงฟะ ก็ตรงใกล้ๆ นั่นตูยังยืนถึงเลย แต่ก็นะ ในเมื่อเพื่อนบอกมาก็ปลอดภัยไว้ก่อน ฝูงเพื่อนก็ตะเกียกตะกายกลับ แต่ด้วยความที่บุญทำกรรมแต่ง ในกลุ่มมีผู้หญิงอยู่ 2 คน ว่ายน้ำไม่แข็งทั้งคู่ แล้วลูกบอลก็มีแค่สองลูก หนึ่งในสองก็อยู่กับตู!!
เพื่อนหันมาบอกว่าสองสาวว่ายน้ำไม่แข็ง คนนึงรอดแล้วเพราะมีบอล แต่อีกคนล่ะ!! ด้วยความเป็นลูกผู้ชาย....ก็โยนบอลไปให้โดยไม่ลังเล เท่มะๆ แต่ก็หมดเท่ตอนที่นึกได้ว่าตูไม่ใช่ว่าว่ายไม่แข็ง แต่ว่ายไม่เป็นเลยต่างหาก!!
ทีนี้หมาเน่าก็ต้องตะเกียกตะกายเข้าฝั่งสิครับ รู้สึกเลยว่าโอ้แม่เจ้า ตรงนี้มันลึกจริงๆ แล้วทำไมตูว่ายไม่ไปซักทีฟะ กระดึ๊บๆ อยู่นั่นแหละ มือไปคว้าตัวเพื่อนได้ (เพื่อนตัวโตมาก) ตอนแรกมันตกใจปัดมือเราทิ้งจนหันมาเห็นว่าตูจะจมแล้ว!! ก็เลยจับเราอุ้มเหนือน้ำไว้ ซึ้งน้ำใจมาก ก่อนจะตกลงกัน ไหวนะ โอเค ปล่อย....แล้วหมาเน่าก็ตะกายน้ำต่อไป
หลังจากดำผุดดำว่าย (ไปถึงพื้นพอเหยียบได้แต่ก็มิดหัว) ก็เริ่มการจมโผล่ๆ แบบโดดดึ๋งๆ ก่อนจะรอดขึ้นฝั่งมาได้ พอตอนเช้าอีกวันน้ำลดแล้วเดินไปดูกันนั่นแหละ พระเจ้า ตรงนั้นมันเป็นแอ่งลงไปชันลิ่วเลย เรียกว่าเกือบได้เอาชีวิตไปสังเวยหัวหินซะแล้ว....
ความลับ....ข้อที่ 5 ข้อสุดท้าย หึหึ
ปรากฏการณ์นอนละเมอแบบเนียนสุดยอด!! เรื่องราวเกิดขึ้นตอนอยู่ม.ต้น(อีกแล้ว) ก็เข้าค่ายพระธรรมที่โรงเรียน (หน้าหื่นแต่ได้นักธรรมโทนะเอ้อ) ตอนกลางคืนเขาก็ให้เข้านอนตามห้อง ห้ามออกมาข้างนอก เราก็นอนกับเพื่อนที่ห้องนึง...อย่างโดดเดี่ยวนอกมุ้ง เพราะเพื่อนชวนเข้ามุ้งแต่ตูกลัวโดนตุ๋ย...
ก็หลับไปจนกระทั่งกลางดึกคืนนั้น......ท่ามกลางเสียงหมาหอนไปทั่ว (ในโรงเรียนนี่นะ?) คนพิมพ์ตัวปัญหาก็ตื่นขึ้นมาตามประสาเด็กแอคทีฟสูง ลุกขึ้นมาแล้วหันดูซ้ายขวา อ้าว นี่ตูเข้ามานอนในมุ้งได้ไงเนี่ย แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ หันไปมองเพื่อนร่วมมุ้ง......ผู้สาวนางนี้เป็นไผ!!!
เอาละครับท่าน มันมามุดมุ้งสาวกลางค่ายพระธรรมซะแล้ว ก็รีบตะเกียกตะกายออกมาโดยไวเลย มองรอบๆ ตัว ไม่ใช่เพื่อนห้องตูนี่!! กระเป๋าก็ไม่มี!! ตื่นตระหนกน้ำตาซึม
เดินออกไปมองหน้าต่างตามหาความหวัง หันซ้ายหันขวา เอ๊ะ ห้องนี้มันอยู่สุดทางเดิน....ห้องตูอยู่ห้องที่สองจากทางเดินนี่หว่า คนละห้องเรอะ!! รอดตัวไป รู้แล้วว่าอยู่ที่ไหน (นี่ถ้าห้องมันอยู่กลางๆ ตึกคงมึนไปอีกนาน)
ก็เลยไปแอบด้อมๆ มองๆ อยู่แถวประตูเผื่อหลวงพี่เดินตรวจผ่านมา โอ้ เรานี่ช่างมีมารยาทจริงๆ ละเมอมามุดมุ้งห้องคนอื่นแล้วล๊อคห้องให้เสร็จสรรพ ละเมอแบบเหนือเซียนจริงๆ แต่ก็ไม่มีเวลาทึ่งล่ะ ทางปลอดโปร่งก็วิ่งกลับห้องเลย สรุปว่ารอดไป
และแล้ว 5 ข้อก็เอวัง จบซะทีกับการ Tag นรกนี้
และแล้วก็ไม่มีคนให้ Tag ต่อ เพราะเขาโดนกันหมดแล้ว!! เหอๆ






